0
| Health Tips

แซลมอนย่างคอลลาเจน

  Add Friend
อัพเดตโปรโมชั่นและข่าวสารดีๆ ผ่านทาง LINE LIVE & FIT
ID : @Liveandfit
 1 November 2019
 1026 times
 | 
SHARE 1 times


Live & Fit Healthy Recipes “เมนูนี้ไม่มีน้ำตาล (No Sugar Added)”


แซลมอนย่างคอลลาเจน

ส่วนผสม 

ปลาแซลมอน ติดหนัง   1 ชิ้น (80 กรัม)

ฟิตเน่ ท็อปปิ้ง คอลลาเจน   2 ซอง

พริกไทยดำ   1 ช้อนชา

เกลือป่น   ½ ช้อนชา

กระเทียม   3 หัว (ปลอกเปลือก)

หอมหัวใหญ่   1/4 หัว

น้ำมันมะกอก   1-2 ช้อนชา

มะนาวเลมอน (หั่นแว่น)   1-2 ชิ้น

ผักที่ชอบกิน นำไปลวก (มาก-น้อย ตามชอบ) เช่น บรอกโคลี แครอท เบบี้แครอท ข้าวโพดอ่อน ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว และใบพาร์สลีย์ แต่งจานเพิ่มสีสัน

วิธีทำ  

1.โขลก เกลือ พริกไทย กระเทียม หอมหัวใหญ่ ฟิตเน่ ท็อปปิ้ง คอลลาเจน ให้ละเอียดเข้าด้วยกัน นำไปคลุกเคล้าปลาแซลมอน

2.ทาน้ำมันมะกอกเล็กน้อย แล้วย่างปลาแซลมอนจนสุก เอาปลาขึ้นใส่จาน

3. นำผักที่เตรียมไว้มาผัดน้ำมันมะกอกเล็กน้อยพอเข้ากัน ตักใส่จานปลา จัดวางใบพาร์สลีย์ เคียงด้วยมะนาวเลมอน สุดยอดอาหารผิวธรรมชาติ ทำกินง่าย ได้ประโยชน์จากวิตามินซี ด้วย

หมายเหตุ : สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้นขึ้นอีกนิดก็สามารถราดด้วยโยเกิร์ตหรือน้ำสลัดสูตรไม่มีน้ำตาลได้เลยนะคะ


enlightenedรู้ไหมว่า...

ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอน เป็นปลาทะเลที่คนทั่วโลกนิยมรับประทาน ด้วยเพราะเนื้อปลาแซลมอลมีรสชาติอร่อยและอุดมไปด้วยไขมันชนิดดี และยังขึ้นชื่อว่าเป็นปลาที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดีต่อสุขภาพ และอาจรักษาป้องกันโรคร้ายบางชนิดได้

ปลาแซลมอนเป็นแหล่งของสารอาหารนานาชนิด เช่น โอเมก้า3 โปรตีน โพแทสเซียม ซีลีเนียม โซเดียม กรดอะมิโน วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินอี วิตามินดี แคลเซียม เหล็ก ซิงก์ ฟอสฟอรัส และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารประเภทแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

กินปลาแซลมอนประจำ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

เพราะปลาแซลมอนอุดมไปด้วยโอเมก้า3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ช่วยให้หลอดเลือดแดงทำงานดีขึ้น ลดความดันโลหิต โพแทสเซียมที่พบได้ในแซลมอนยังมีคุณสมบัติเหมือนกับโอเมก้า3 ตรงที่มันสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิต ทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลง ทั้งนี้มีหลายงานวิจัยพบว่า โพแทสเซียม ทำให้ความดันโลหิตลดลง ซึ่งการมีความดันโลหิตที่เสถียรจะทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลงเช่นกัน

กระบวนการเมตาบอลิซึมทำงานได้ปกติด้วยปลาแซลมอน

แซลมอนเป็นปลาที่มีโปรตีนสูง นักวิจัยพบว่าปลาแซลมอน 3.5 ออนซ์ มีโปรตีนมากถึง 22 กรัม และโปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งหมายความรวมถึงการช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน เพราะโปรตีนในแซลมอนสามารถถูกย่อยได้อย่างง่ายดาย กระบวนการเมตาบอลิซึมจึงทำงานได้ดีและรวดเร็วขึ้น

ปลาแซลมอนดีต่อสุขภาพสมอง

มีการค้นพบว่า ปลาที่ไขมันสูงและน้ำมันปลา สามารถช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้า ชะลอการสูญเสียความจำที่เกี่ยวกับอายุ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสมองเสื่อมและความวิตกกังวล นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า การกินปลาไขมันสูงจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุสูญเสียความจำ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้คนวัยหนุ่มสาวมีปัญหากับความจำ

แซลมอนช่วยควบคุมน้ำหนัก

โปรตีนในแซลมอน ช่วยควบคุมฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น มีบางงานวิจัยแนะนำว่า การกินโอเมก้า3 ที่พบได้ในปลาแซลมอนอาจส่งผลต่อการลดน้ำหนักและลดหน้าท้องในคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน นอกจากนี้แซลมอนยังมีแคลอรีต่ำ ซึ่งแซลมอน 3.5 ออนซ์ มีไม่ถึง 200 แคลอรี

คอลลาเจน (Collagen)

คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันสำคัญ (Connective Tissue) พบที่กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และกระดูก คอลลาเจน มีส่วนช่วยกระตุ้นในการหลั่งของ โกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งถูกยกย่องว่า เป็นฮอร์โมนแห่งความเป็นหนุ่มเป็นสาวกันเลยทีเดียว เพราะเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รักษาความยืดหยุ่นของผิว ป้องกันการเหี่ยวย่น และรอยตีนกา

**ร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนอยู่ตลอด แต่จะเริ่มลดการทำงานลง หลังจากอายุ 25 ปีแล้ว ฮอร์โมนนี้จะลดลง 15% ทุก ๆ 10 ปี จนเมื่ออายุ 60 ปี โกรทฮอร์โมนจะลดลงเหลือต่ำกว่า 10%

ดังนั้น เราจึงควรเสริมคอลลาเจน ไฮโดรไลซ์จากปลา100% ให้แก่ร่างกายในรูปแบบของการรับประทานเข้าไป เพื่อ...

- การเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง

- การกระตุ้นให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานและกล้ามเนื้อ

- ช่วยให้เกิดการสังเคราะห์โปรตีนสำหรับการเติบโตของกล้ามเนื้อ

บรอกโคลี

บรอกโคลี เป็นผักชนิดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการหาซื้อมาประกอบอาหารรับประทานในครัวเรือนเป็นอย่างยิ่ง

เพราะนอกจากบรอกโคลีจะช่วยให้ร่างกายได้รับเส้นใยอาหารอย่างเพียงพอแล้ว บรอกโคลียังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว

1.เสริมการทำงานของคอลลาเจน

บรอกโคลี ผักสีเขียวเข้มที่เป็นแหล่งของ วิตามินซีสูง โดยบรอกโคลีสุกปริมาณครึ่งถ้วย มีวิตามินซีถึง 51 มิลลิกรัม วิตามินซี ในบรอกโคลีมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลรักษาสุขภาพ เพราะวิตามินซีมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและเนื้อเยื่อของเอ็นกระดูกอ่อน หรือเรียกได้ว่า วิตามินซี มีส่วนช่วยเสริมการทำงานของคอลลาเจนให้สมบูรณ์นั่นเอง

วิตามินซี ที่ได้จากธรรมชาติหรือจากอาหารจะสลายตัวได้ค่อนข้างง่ายมาก แค่เพียงเอาผักสดล้างน้ำหรือหั่นผักก่อนล้างก็ทำให้สูญเสียวิตามินซีไปกับน้ำที่ล้างผักไปซะอย่างนั้น และในหนึ่งวันร่างกายเราได้ใช้วิตามินซีและถูกขับออกมาประมาณ 1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้นความต้องการของวิตามินซีในร่างกายอย่างน้อยควรเท่ากับจำนวนมิลลิกรัมที่สูญเสียไป เพราะถ้าวิตามินซีสูงเกินความต้องการของร่างกายก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะในรูปของกรดออกซาลิกและเกลือซัลเฟตของวิตามินซี ส่วนในร่างกายของเราที่มีการเก็บวิตามินซีไว้มากก็คือ ต่อมหมวกไต รังไข่ และในตา เมื่อใดที่ร่างกายเกิดความเครียดหรือร่างกายต้องออกแรงมาก อวัยวะเหล่านี้ก็จะปล่อยวิตามินซีออกมาในกระแสเลือด เมื่อไหร่ที่ร่างกายของเราได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอก็จะแสดงอาการออกมาที่สังเกตได้ง่าย เช่น เลือดออกตามไรฟัน, กระดูกฟันเป็นรู, เลือดออกใต้ผิวหนัง ที่หนังตาและเยื่อตา, บวมตามข้อ, ร่างกายอ่อนเพลีย มึน ซึม, เบื่ออาหาร, ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง เป็นหวัดง่าย ซึ่งร่างกายของแต่ละคนจะมีความต้องการของวิตามินซีที่แตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละคนนั่นเอง โดยในคนที่มีสภาวะปกตินั้น ร่างกายต้องการวิตามินซีปริมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน

2.บำรุงหัวใจ

ในบรอกโคลีประกอบไปด้วย ลูทีน แคโรทีนอยด์ วิตามิน B6 และโฟเลต ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีผลโดยตรงในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ การกินบรอกโคลีบ่อย ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดในสมองตีบได้อีกด้วย

3.บำรุงสายตา

แคโรทีนอยด์ และ ลูทีน ในบรอกโคลี มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทตา และช่วยป้องกันไม่ให้ดวงตาของเราเป็นโรคต้อกระจำ และโรคเกี่ยวกับดวงตาที่เกิดจากการเสื่อมเนื่องจากอายุมากได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

4.ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนังมักเกิดจากการตากแดดนาน ๆ ติดต่อกันเป็นประยะเวลาที่ยาวนาน จนทำให้กระบวนการในการสร้างเม็ดสีผิวทำงานผิดปกติ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากการป้องกันด้วยการทาครีม หรือโลชั่นกันแดดเป็นประจำแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไป อย่างบรอกโคลีก็มีสารที่มีคุณสมบัติเฉพาะในการช่วยลดผลกระทบของรังสี UV ที่อาจจะมากระทบกับผิวหนังของเรานั่นเอง

5.ป้องกันการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม

บรอกโคลี มีสารอาหารหลายอย่าง ที่สามารถช่วยในการลดโอกาส และกระบวนการที่จะทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยได้ ซึ่งกระบวนการทำงานของสารเหล่านั้นจะเน้นไปที่การช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น และช่วยในการป้องกันไม่ให้กระดูกอ่อนเกิดการกระทบกระแทกอย่างรุนแรง วิตามินซี ในบรอกโคลีก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงานที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม
Health Tips Other
see more