| Health Tips

5 สรรพคุณขิง เครื่องเทศที่ดีต่อสุขภาพ

  Add Friend
อัพเดตโปรโมชั่นและข่าวสารดีๆ ผ่านทาง LINE LIVE & FIT
ID : @Liveandfit
 20 August 2021
 222 times
 | 
SHARE 0 times



          ขิงเป็นไม้ล้มลุกที่มีต้นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเครื่องเทศที่ดีต่อสุขภาพ (และอร่อยมากด้วย) จัดอยู่ในวงศ์ Zingiberaceae มีความเกี่ยวข้องกับขมิ้น กระวาน และข่า เหง้าของขิง (ส่วนใต้ของลำต้น) เป็นส่วนที่นิยมใช้เป็นเครื่องเทศ มักเรียกว่ารากขิงหรือเรียกง่าย ๆ ว่าขิง

          ขิงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งสด แห้ง ผง น้ำมัน หรือทำเป็นน้ำผลไม้ และมักใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร บางครั้งก็นำไปเป็นส่วนผสมในอาหารแปรรูปและเครื่องสำอาง แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพของขิงนั้นมีมากมาย และยังได้รับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาแล้วด้วย ดังนี้

          1. มีจินเจอร์รอล สรรพคุณทางยาที่ทรงประสิทธิภาพ

           ขิงมีประวัติการใช้ในทางการแพทย์แผนโบราณและแพทย์ทางเลือกมาอย่างยาวนาน เพื่อช่วยให้อาหารย่อยได้ง่าย ลดอาการคลื่นไส้ และช่วยต่อสู้กับไข้หวัดใหญ่ กลิ่นหอมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของขิงได้มาจากน้ำมันธรรมชาติของต้นขิงเอง

          ที่สำคัญที่สุดคือขิงมีจินเจอร์รอล (Gingerol) ที่เป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลัก มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น อาจช่วยลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่มีอนุมูลอิสระในร่างกายมากเกินไป

           2. รักษาอาการคลื่นไส้ได้

           ขิงมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอาการคลื่นไส้สูง ซึ่งช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ที่เพิ่งผ่าตัดและผู้ที่เพิ่งทำเคมีบำบัดมาได้ และยิ่งไปกว่านั้น ขิงยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ได้ดี เช่น อาการแพ้ท้อง ฯลฯ

           จากการศึกษาพบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วทานขิงเป็นประจำ สามารถลดอาการคลื่นไส้ได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขิงจะปลอดภัย แต่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะรับประทานขิงในปริมาณมาก และขอแนะนำว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ใกล้คลอดหรือเคยแท้งบุตรควรจะหลีกเลี่ยงการทานขิง เพราะขิงไม่เหมาะกับผู้ที่เคยมีเลือดออกทางช่องคลอดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

          3. ช่วยในการลดน้ำหนัก

           ขิงอาจมีบทบาทในการช่วยลดน้ำหนักได้ จากการศึกษาพบว่าขิงช่วยลดน้ำหนักตัว อัตราส่วนเอวต่อสะโพก และอัตราส่วนสะโพกในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าขิงสามารถช่วยลดดัชนีมวลกาย (BMI) และระดับอินซูลินในเลือดได้ ซึ่งการมีระดับอินซูลินในเลือดสูงนั้นมีความสัมพันธ์กับโรคอ้วน

          4.ช่วยเรื่องข้อเสื่อมได้

          โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของข้อต่อในร่างกาย และนำไปสู่อาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดข้อและอาการข้อตึง โดยการศึกษาพบว่าผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมแล้วรับประทานขิง จะมีความเจ็บปวดในข้อต่อลดลง นอกจากนี้ ยังพบว่าการนำน้ำมันขิง ยางไม้แมซ-ทิค  อบเชย และงามาผสมแล้วรับประทาน สามารถช่วยลดอาการปวดและตึงในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมได้ดี

          5. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

          งานวิจัยบางชิ้นพบว่าขิงมีคุณสมบัติในการต้านเบาหวานที่ทรงประสิทธิภาพ โดยพบว่าผู้ที่เป็นเบาหวานแล้วทานน้ำขิงทุกวันจะมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการศึกษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังต้องได้รับการยืนยันจากการศึกษาชิ้นใหญ่ก่อน

          นอกจากนี้ขิงยังมีสรรพคุณในเรื่องของการช่วยย่อยอาหาร ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปวด รวมไปถึงสรรพคุณอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจ ศึกษาผลกระทบ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำมาจากขิงอย่างละเอียดก่อนที่จะรับประทาน