0
| เคล็ดลับสุขภาพ

เทรนด์การกินเพื่อสุขภาพสุดฮิต แบบไหนเหมาะกับคุณ?

  Add Friend
อัพเดตโปรโมชั่นและข่าวสารดีๆ ผ่านทาง LINE LIVE & FIT
ID : @Liveandfit
 28 มี.ค. 2562
 736 ครั้ง
 | 
แชร์ 1 ครั้ง


งานวิจัยของ มินเทล (บริษัทวิจัยการตลาดระดับโลกจากประเทศสิงคโปร์) ระบุว่า ผู้บริโภค 4 ใน 5 หรือประมาณ 79% ต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้นในปี 2018 ในขณะที่ 3 ใน 4 หรือประมาณ 76% อยากมีชีวิตสมดุล และ 73% จะหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น


คนไทย 48% กำลังจะปฏิวัติวิถีการบริโภคในอีก 12 เดือนข้างหน้าเพื่อสุขภาวะที่ดี โดยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองกันมากขึ้น และนั่นทำให้กระแสการเป็นตัวเองที่ดีกว่า กำลังมาแรง ทั้งในเชิงสุขภาวะร่างกาย อารมณ์และสุขภาพจิตใจ ผู้บริโภคคนไทยไม่เพียงแต่หันหลังให้พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ในอดีต แต่กลับเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของการบริโภคเพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดีไปพร้อม ๆ กัน

นี่คือ 3 เทรนด์การกินอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้...ได้ผลจริงไหม ลองอ่านกันดู!




1. เลือกกินแบบ Ketogenic หรือที่เรียกกันว่า คีโต ไดเอต (Keto Diet) เป็นการกินอาหารที่กำลังได้รับความนิยม เพราะเป็นการกินที่ไม่ทำให้อ้วน แต่ทำให้น้ำหนักลดลงโดยไม่ต้องอดอาหาร ด้วยการกินอาหารที่เน้นไขมันสูง รองมาด้วยโปรตีน โดยลดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลที่จัดอยู่ในหมู่คาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด (แต่ให้แทนที่ด้วยไขมันทั้งจากพืชและสัตว์แทน)

ใช่แล้ว! กินจนปากมันแผล็บ แต่น้ำหนักลดลงฮวบ ๆ เพราะเมื่อเราลดปริมาณการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลงอย่างมาก ร่างกายของเราจะเกิดอาการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งแต่เดิมที่เคยนำกลูโคสในเลือดที่มาจากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงาน ร่างกายก็จำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานใหม่มาทดแทนนั่นก็คือ “ไขมัน” โดยกระบวนการนี้ก่อให้เกิดสภาวะการเผาผลาญที่เรียกว่า คีโตสิส (Ketosis) ทำให้เกิดสารที่เรียกว่า คีโตน (Ketone) ในตับ ซึ่งนำมาใช้เป็นพลังงาน หลังจากเริ่มการกินแบบคีโตเจนิกไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ร่างกายและสมองอาจรู้สึกล้า เหนื่อยง่าย มีกลิ่นปาก แต่จะค่อย ๆ ปรับจนสามารถนำไขมันและคีโตนมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแทนที่คาร์โบไฮเดรตนั่นเอง หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การเปลี่ยนร่างกายเป็นเครื่องจักรเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานนั่นเอง!




2. เลือกกินแบบ Paleo หรือ การกินอาหารแบบมนุษย์ยุคหิน คือการกินอาหารที่เป็นธรรมชาติที่สุด ปรุงแต่งน้อยที่สุด เน้นการกินพืชผักผลไม้และเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ ปราศจากสารเร่งโต หรือเป็นพืชผักจากการทำเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ออแกนิค ซึ่งเป็นวิธีการกินแบบธรรมชาติตามสัญชาตญาณของคนยุคหินนั่นเอง เพราะทุกวันนี้มีการปรุงแต่งรสชาติอาหาร ทั้งรสหวาน เปรี้ยว เค็ม จนเกินไป อันนำไปสู่การเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ตามมา การเลือกกินแบบ Paleo จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการดูแลรักษาสุขภาพที่ดีของทุกคน

เมื่อเราเลือกกินแบบ Paleo ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานดีขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดจะคงที่ ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ระบบเผาผลาญพลังงานจะทำงานได้ดีขึ้น เกิดความสมดุลของพลังงานภายในร่างกายของเราตลอดวัน สุขภาพโดยรวมจะดีขึ้นและยังควบคุมหรือลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล และยังสามารถกินอาหารได้ตามปกติโดยที่ไม่ต้องทนหิวอีกด้วย



3. เลือกกินแบบ Atkins หรือการกินอาหาร Low Carb ลดปริมาณหรือจำกัดการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล แต่เน้นการกินอาหารที่มีโปรตีนสูง ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสูตรอาหารสำหรับการควบคุมน้ำหนักที่ได้ผล เพราะตามหลักทฤษฎีของ Dr. Atkins การกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่าปกติเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หลักการนี้ต้องการอธิบายว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากกระบวนการจัดการคาร์โบไฮเดรตของร่างกาย ไม่ใช่เกิดจากปริมาณไขมันที่กินเข้าไป Dr. Atkins กล่าวต่อว่า ในคนที่มีน้ำหนักตัวมากอาจมีภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาล (ซึ่งจะกลายเป็นพลังงานของร่างกาย) ทำงานผิดปกติ และผู้ที่มีน้ำหนักเกินส่วนใหญ่อาจเกิดจากภาวะนี้ ดังนั้น สูตรอาหารของ Atkins จึงเน้นที่การจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรต

ในการกินอาหารแบบ Atkins ต้องควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินเข้าไป และมีอาหารบางชนิดที่สามารถกินได้หรือกินไม่ได้ระหว่างการกินแบบ Atkins โดยเฉพาะการเลิกกินคาร์โบไฮเดรตชนิดแย่ ซึ่งเป็นอาหารที่ผ่านการแปรรูปหรือปรุงสำเร็จหรืออาหารขยะ เช่น คุกกี้ และเปลี่ยนไปกินอาหารที่มีโปรตีนสูงแทน ในปัจจุบัน เว็บไซต์ของ The Atkins diet แนะนำว่า ให้เลือกอาหารที่มีประโยชน์และอร่อย ให้เลือกกินอาหารที่หลากหลาย เช่น โปรตีนที่ไม่มัน ผักใบเขียว ถั่ว ผลไม้ และธัญพืช เป็นต้น

นี่แหละ! เทรนด์การกินอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งแต่ละแบบจะมีความเหมาะสมกับกับตัวเราหรือไม่?  ก็ขึ้นอยู่กับจิตใจรักตัวเองที่แน่วแน่ มีวินัยในตนเองมากพอสมควร ที่สำคัญต้องไม่ละเลยการออกกำลังกาย, นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้เป็นปกติด้วยนะคะ smiley

บทความที่น่าสนใจ
see more