0
| เคล็ดลับสุขภาพ

กินอาหารให้เป็นยา กินทุกวัน เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย

  Add Friend
อัพเดตโปรโมชั่นและข่าวสารดีๆ ผ่านทาง LINE LIVE & FIT
ID : @Liveandfit
 12 มิ.ย. 2563
 165 ครั้ง
 | 
แชร์ 0 ครั้ง



“กินอาหารให้เป็นยา อย่ากินยาเป็นอาหาร” เป็นการดูแลสุขภาพด้วยอาหารที่เรากินทุกวัน โดยเฉพาะผักผลไม้หลายชนิดที่อุดมไปด้วย วิตามินซี เบต้าแคโรทีน
และสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการ เสริม สร้าง เพิ่ม ภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย

หากในคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันโรคที่ดี ก็จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและสามารถทุเลาจากความเจ็บป่วยฟื้นตัวได้จากภูมิคุ้มกันของตัวเองที่สร้างขึ้นมาได้ อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขให้คำแนะนำไว้ว่า พยายามทำให้ร่างกายแข็งแรง เพราะผู้ที่แข็งแรงนั้นหมายถึงผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มีการนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
และมีโภชนาการที่ดี กินอาหารครบ 5 หมู่  และเลือกกินอาหารที่มีคุณสมบัติในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ได้แก่...


 

1.ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วว่า วิตามินซี มีส่วนช่วยป้องกันไข้หวัดได้ นั่นเป็นเพราะวิตามินซีมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายนั่นเอง มีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้ามาทำร้ายสุขภาพร่างกายของเรา และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเกือบทั้งหมดจะมีวิตามินซีสูง ทำให้มีตัวเลือกหลากหลายเพื่อการนำมาบริโภคในแบบที่คุณชื่นชอบ

 

2.ขิง

ขิง ช่วงนี้จะโดดเด่นและมีผู้นำมาบริโภคเป็นจำนวนมาก เพราะขิงมีองค์ประกอบที่ทำให้ขิงเกิดกลิ่น รส และความเผ็ด คือ น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) น้ำมันชัน (Oleoresin) โชกาออล (Shogaol) โดยขิง 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้ โปรตีน 0.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.4 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม แคลเซียม 18 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 10 ไมโครกรัม วิตามินซี 1 มิลลิกรัม ไธอะมีน 0.02 มิลลิกรัม ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม ไลโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม และ มีสารสำคัญคือ จินเจอร์รอล (Gingerol) จากการศึกษาพบว่า มีการนำขิงมาใช้ทางยายาวนานกว่าห้าพันปีในประเทศอินเดียและจีน โดยขิงมีส่วนช่วยป้องกันหวัด บรรเทาอาการปวด ไข้ อักเสบ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน เมารถเมาเรือ การติดเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อรา เชื้อบาดทะยัก อีกทั้งขิงยังมีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง สามารถนำทั้ง ขิงสด-ขิงแห้ง มาใช้ได้ โดยเฉพาะขิงแก่สดอายุ 11-12 เดือน จะยิ่งมีความเผ็ดร้อนมากกว่าขิงอ่อน มีงานวิจัยพบว่า สารจินเจอร์รอล ละลายได้ดีในน้ำมัน ดังนั้น อาหารที่มีขิงเป็นส่วนผสม หากปรุงหรือประกอบอาหารด้วยน้ำมัน จะยิ่งทำให้จินเจอร์รอลเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น

 

3.พริกแดง

รู้ไหมว่า นอกจากผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวิตามินซีสูงแล้วนั้น ยังมีพริกแดงที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูงเช่นกัน แถมยังสามารถนำมากินหรือนำมาใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายวิธีโดยมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เช่น การบริโภคพริกแดงเป็นประจำ มีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย และช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอีกด้วย โดยเฉพาะในคนที่ร่างกายอ่อนแอ ป่วยบ่อย หลังจากกินพริกแดงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จะรู้สึกได้ว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันแล้ว พริกแดงยังช่วยลดน้ำมูก ทำให้หายใจโล่งขึ้น ลดการอุดตันของเส้นเลือด ขจัดไขมันเลว ป้องกันโรคหัวใจ ฯลฯ

 

            4.กระเทียม

กระเทียม เป็นส่วนประกอบสำคัญในหลายเมนูอาหารทั่วโลก และจากผลการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า กระเทียมมีคุณค่าทางทางโภชนาการดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต 33.06 กรัม เส้นใยอาหาร 2.1 กรัม  แคลเซียม 181 มิลลิกรัม  ฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม  แมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม ซิลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม วิตามินบี 5 0.596 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 1.235 มิลลิกรัม วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม การบริโภคกระเทียมเป็นประจำ มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายและยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงอีกด้วย

5.บร็อกโคลี่

บร็อคโคลี่ เป็นผักในตระกูลกะหล่ำปลีที่มีรูปร่างหน้าตาและรสชาติคล้ายคลึงกับกะหล่ำดอก สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู อีกทั้งบร็อคโคลี่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญมากมาย อย่างเช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินเค กรดโฟลิก โพแทสเซียม กากใยอาหาร และสารเบต้าแคโรทีนที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ชื่อ ที-เฮลเปอร์ให้ทำงานต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ภายในร่างกายได้ดี ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง

6.มะละกอ

โดยเฉพาะมะละกอสุก เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และสารเบต้าแคโรทีน ที่ล้วนแต่เป็นสารสำคัญในกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว เมื่อเม็ดเลือดขาวในร่างกายมีความพร้อม เวลาเจอเชื้อโรคแปลกปลอมเข้ามาก็จะมีความสามารถในการสกัดกั้นเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น ทำให้อัตราการป่วยลดน้อยลงหรืออาการไม่หนักมาก

 

         ดังนั้น การป้องกันโรคอย่างชาญฉลาดก็คือ กินอาหารให้เป็นยา อย่าให้ถึงเวลาเจ็บป่วยจนต้องกินยาเป็นอาหารเลยนะคะ ซึ่งการรับประทานอาหารที่สมดุลนั้นต้องประกอบไปด้วยผักและผลไม้เป็นประจำ และควรจะมีสัดส่วน 30-50% ในแต่ละมื้อ รวมไปถึงเครื่องเทศจำพวก ขิง พริก กระเทียม นั้นมีอยู่ในอาหารไทยที่เราสามารถพบเห็นได้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่เราเองอาจเลือกที่จะไม่รับประทานหรือเขี่ยออกจากจานอาหารเพียงเพราะไม่ชอบในรสชาติหรือไม่ชอบกลิ่น ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น มีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ดีขึ้น และลดการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ด้วย

บทความที่น่าสนใจ
see more