LOGIN / REGISTER
OR
New Register
การดำเนินการต่อถือว่าคุณยอมรับ
Terms of Use and Privacy Policy
เราอาจส่งข่าวสารให้ท่าน ท่านสามารถปิดการรับข่าวสาร
ได้โดยเปลี่ยนการตั้งค่าในบัญชีของท่าน
เราจะไม่ส่งข่าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่าน
LOGIN / REGISTER
New Register
Or Login By
OR
Order by Guest Account
การดำเนินการต่อถือว่าคุณยอมรับ
Terms of Use and Privacy Policy
เราอาจส่งข่าวสารให้ท่าน ท่านสามารถปิดการรับข่าวสาร
ได้โดยเปลี่ยนการตั้งค่าในบัญชีของท่าน
เราจะไม่ส่งข่าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่าน
MY CART
Manage Item
ยังไม่มีคำสั่งซื้อ
You might also like
PRODUCTS
CUSTOMER SERVICE
ABOUT US
PROMOTION
REWARDS
HELPING
แอสตาแซนธินกันแดดระดับเซลล์ ไร้ฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย
แอสตาแซนธินกันแดดระดับเซลล์ ไร้ฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย
           ในยุคที่ใคร ๆ ก็อยากมีผิวสุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ “แอสตาแซนธิน” (Astaxanthin) สารสีแดงที่ได้จากสาหร่ายฮีมาโตค็อกคัส และพบได้ในสัตว์ทะเลอย่างปลาแซลมอน กุ้ง และล็อบสเตอร์ คือดาวเด่นหนึ่งในผู้นำแห่งวงการดูแลผิว ตัวจริงเสียงจริงที่สายสุขภาพทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นในการต้านอนุมูลอิสระระดับพรีเมียม ทำให้แอสตาแซนธินไม่ใช่แค่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิว แต่ยังมีพลังในการปกป้องผิวจากมลภาวะแสงแดดที่ก่อให้เกิด กระ ฝ้า จุดด่างดำ และริ้วรอย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            และนี่คือ 7 พลังธรรมชาติจากสารแอสตาแซนธิน ที่คนรักผิวไม่ควรมองข้าม หากคุณจริงจังกับการดูแลผิวให้สวยใส แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
             
1.ลดการทำลายเซลล์ผิวจากรังสี UV
            รังสี UV ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิว ส่งผลให้คอลลาเจนเสื่อมเร็ว ส่งผลให้เกิดริ้วรอย กระ ฝ้า และจุดด่างดำ ซึ่งแอสตาแซนธินมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า จึงมีส่วนช่วยป้องกันเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายจากรังสี UV
             
2.ปกป้องทั้งชั้นผิวภายนอกและภายใน
            แอสตาแซนธินมีโครงสร้างเฉพาะ ที่สามารถแทรกตัวอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์ผิว ช่วยปกป้องผิวได้ทั้งจากภายนอกและภายใน (dual action) ต่างจากครีมกันแดดทั่วไปที่ปกป้องได้แค่ภายนอก
             
3.ลดการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ
            รังสี UV มีผลต่อการกระตุ้นกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน ที่ทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งแอสตาแซนธินมีส่วนช่วยลดการอักเสบและการสร้างเม็ดสีที่มากเกินไป จึงช่วยให้ผิวดูสว่างใส สีผิวสม่ำเสมอขึ้น
             
4. ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย
            จากกการที่อนุมูลอิสระจากรังสี UV มีส่วนทำให้คอลลาเจนเสื่อมนั้น ยังส่งผลให้ผิวมีริ้วรอยก่อนวัย หย่อนคล้อย ไม่ยืดหยุ่น ไม่เรียบเนียน ซึ่งแอสตาแซนธินช่วยลดความเสียหายนี้ได้ มีงานวิจัยพบว่า การรับประทานแอสตาแซนธินสามารถช่วยลดริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวได้จริงใน 6-8 สัปดาห์
             
5.ช่วยปรับสมดุลผิว ลดการอักเสบ
            แอสตาแซนธินมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ช่วยลดรอยแดง อาการระคายเคือง และผิวแห้งลอก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผิวไวต่อมลภาวะในสิ่งแวดล้อม เป็นตัวช่วยที่ดีในการคืนสมดุลให้ผิวกลับมาแข็งแรง
             
6.ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวลึกจากระดับเซลล์
            อีกหนึ่งความสามารถที่หลายคนไม่รู้คือ แอสตาแซนธินช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายในตั้งแต่ระดับเซลล์ และเสริมเกราะป้องกันผิวไม่ให้สูญเสียน้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวลอก หรือขาดน้ำในช่วงอากาศร้อนจัดหรือแห้งจัด
             
7.ช่วยลดการเกิดสิว ผิวสะอาดใสเรียบเนียนขึ้น
            เพราะสิวมักเกิดจากการอักเสบ แอสตาแซนธินจึงช่วยลดปัญหาการเกิดสิวใหม่ และช่วยให้รอยสิวเก่าจางลงเร็วขึ้น ผิวดูสะอาดใส และเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

            
ควรกินแอสตาแซนธินในปริมาณเท่าไหร่?
            ปริมาณของแอสตาแซนธินที่แนะนำ สำหรับรับประทานต่อวัน ควรอยู่ระหว่าง 4 – 12 มิลลิกรัม/วัน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคน เช่น กินเพื่อสุขภาพ อายุ และกินเพื่อดูแลผิว ควรเริ่มกินจากปริมาณน้อยแล้วสังเกตผล หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มกินเป็นประจำ
             
ควรกินแอสตาแซนธินเวลาไหนถึงได้ผลลัพธ์ดีที่สุด?
              แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ควรกินพร้อมอาหารที่มีไขมัน หรือ กินหลังอาหารทันที เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด เนื่องจากแอสตาแซนธินเป็นสาร ละลายในไขมัน (fat-soluble) และควรเลี่ยงการกินแอสตาแซนธินก่อนนอน เพราะสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดอาจเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าเล็กน้อย ทำให้นอนไม่หลับได้ในบางคน

             
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเปรียบเทียบแอสตาแซนธินกับสารบำรุงผิวชนิดอื่น
            แอสตาแซนธิน vs เรตินอล
            เรตินอลช่วยผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นคอลลาเจน แต่ทำให้ผิวไวต่อแสงง่าย ขณะที่แอสตาแซนธินต้านอนุมูลอิสระได้ล้ำลึกโดยไม่ทำให้ผิวไวต่อแสง จึงเหมาะสำหรับใช้ในช่วงกลางวัน
              แอสตาแซนธิน vs กรดไฮยาลูโรนิก
            ไฮยาลูโรนิกเน้นให้ความชุ่มชื้น ส่วนแอสตาแซนธินเน้นการปกป้องและฟื้นฟูผิวจากภายใน การใช้ทั้งสองร่วมกันจะยิ่งช่วยให้ผิวแข็งแรงและดูดีจากทุกมิติ
              หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลผิวที่ไม่ยุ่งยาก แต่ได้ผลจริง และอิงธรรมชาติ แอสตาแซนธินคือคำตอบที่คุณควรลอง ด้วยคุณสมบัติครบ ปกป้อง ฟื้นฟู บำรุง และต้านอนุมูลอิสระอย่างล้ำลึก มันอาจกลายเป็นไอเทมลับที่ทำให้คุณมีผิวใส ทนแดด ไร้ฝ้า แบบไม่ต้องง้อฟิลเตอร์อีกต่อไป
ที่มา
[1] https://wellnessextract.com/blogs/wellness/8-ways-to-use-astaxanthin-for-skin-health   8 วิธีใช้แอสตาแซนธินเพื่อสุขภาพผิว By Meghna ReddyAuthor
แชทผ่านไลน์ @Liveandfit