LOGIN / REGISTER
OR
New Register
การดำเนินการต่อถือว่าคุณยอมรับ
Terms of Use and Privacy Policy
เราอาจส่งข่าวสารให้ท่าน ท่านสามารถปิดการรับข่าวสาร
ได้โดยเปลี่ยนการตั้งค่าในบัญชีของท่าน
เราจะไม่ส่งข่าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่าน
LOGIN / REGISTER
New Register
Or Login By
OR
Order by Guest Account
การดำเนินการต่อถือว่าคุณยอมรับ
Terms of Use and Privacy Policy
เราอาจส่งข่าวสารให้ท่าน ท่านสามารถปิดการรับข่าวสาร
ได้โดยเปลี่ยนการตั้งค่าในบัญชีของท่าน
เราจะไม่ส่งข่าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่าน
MY CART
Manage Item
ยังไม่มีคำสั่งซื้อ
You might also like
PRODUCTS
CUSTOMER SERVICE
ABOUT US
PROMOTION
REWARDS
HELPING
6-6-6 Walking Challenge สูตรลับความฟิต ชีวิตยืนยาว
6-6-6 Walking Challenge สูตรลับความฟิต ชีวิตยืนยาว
             
              6-6-6 Walking Challenge การออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ที่กำลังเป็นเทรนด์สุขภาพ เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการออกกำลังกายแบบที่ไม่ต้องใช้เงินซื้ออุปกรณ์เครื่องมืออะไรที่ยุ่งยากหรือหาเวลาไปฟิตเนส เพียงแค่แบ่งเวลาเดินเป็น 3 ช่วง และควรทำอย่างสม่ำเสมอในแต่ละสัปดาห์ สู่การเกิดผลลัพธ์ที่ได้คือการมีสุขภาพร่างกายดี รูปร่างฟิตกระชับ และสุขภาพจิตใจผ่อนคลาย
              6-6-6 Walking Challenge ไม่ใช่แค่การเดินธรรมดา แต่เป็นการฝึกแบบ Interval Training ที่สลับช่วงความเร็วและช้า เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น เหมือนการออกกำลังกายแบบครบวงจรที่ทำได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือเย็น

             
6-6-6 Walking Challenge คือการเดินที่ถูกแบ่งเป็น 3 ช่วง ในเวลา 1 ชั่วโมง (60 นาที)
  • วอร์มอัพ 6 นาที ด้วยการเดินช้า ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ
  • เดินเร็ว 6 กิโลเมตร เพิ่มความเร็วให้อยู่ภายใน 48 นาที (ประมาณ 7,500–8,000 ก้าว) เพื่อเผาผลาญพลังงาน
  • คูลดาวน์ 6 นาที ลดความเร็วของการเดินมาที่ระดับ เดินช้าๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ

เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพ
            เลือกเวลา 6 โมงเช้าหรือ 6 โมงเย็น ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบหรือสะดวกออกกำลังกายตอนไหน
            สวมรองเท้าเดิน เลือกรองเท้าที่นุ่มและรองรับเท้าได้ดี เตรียมน้ำดื่มไปด้วย
            ฟังเพลง ช่วยให้ไม่รู้สึกเบื่อ อาจจะเดินกับเพื่อน สร้างแรงจูงใจให้ตัวเองไม่หยุดกลางคัน
            อาจจะเริ่มจาก 4 กิโลเมตรก่อน สำหรับในผู้ที่ยังไม่เคยเดินมาก่อน
            ทำแบบนี้ 5 ครั้ง/สัปดาห์ ก็จะได้ออกกำลังกายครบ 300 นาที/สัปดาห์ ซึ่งเกินเป้าหมายที่แพทย์แนะนำไว้ว่า ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที ต่อสัปดาห์ หรือวันละ 20-30 นาที อีกด้วย



ผลที่ตามมาจากการทำ 6-6-6 Walking Challenge
  • ตั้งแต่นาทีที่ 1 ร่างกายตื่นตัว เลือดเริ่มสูบฉีดดีขึ้นทันที เพราะการเดินเร็วถึง 48 นาที ส่งผลให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ หลอดเลือดจะขยายตัว เกิดการสูบฉีดเลือดไหลเวียนร่างกายดีขึ้น ทำให้ออกซิเจนและสารอาหารถูกลำเลียงไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่งร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสมองและกล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน
  • นาทีที่ 5 รู้สึกอารมณ์ดีขึ้น เพราะการเดินช่วยให้สมองผลิตสารแห่งความสุขตามธรรมชาติหรือสารเอ็นดอร์ฟิน ที่มีส่วนช่วยลดความเครียด สุขภาพจิตดีขึ้น และการเดินช่วงเย็น ช่วยปรับวงจรการนอนหลับ ช่วยให้นอนหลับสบายดีขึ้น
  • นาทีที่ 10 ระดับคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนแห่งความเครียดลดลง ความดันเลือดเริ่มปรับสู่ระดับที่เหมาะสม การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น และยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง
  • นาทีที่ 15 น้ำตาลในเลือดลดลง ร่างกายเริ่มใช้น้ำตาลในเลือดเป็นพลังงานเมื่อเริ่มเดินถึงนาทีที่ 15 กล้ามเนื้อที่กำลังทำงานจะดึงกลูโคสจากกระแสเลือดไปใช้มากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง จะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
  • นาทีที่ 30 ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ร่างกายเริ่มเข้าสู่ช่วงการเผาผลาญไขมันส่วนเกินอย่างจริงจัง เมื่อแหล่งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตถูกใช้ไปในระดับหนึ่ง ร่างกายจะเริ่มดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงาน มีส่วนช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกาย
  • นาทีที่ 45 สมองมีสมาธิ หรือที่เรียกว่า สมองกำลังเข้าสู่สภาวะ Walking Meditation โดยธรรมชาติ เพราะจังหวะการเดินที่สม่ำเสมอ มีส่วนช่วยให้คุณมีสมาธิ จิตใจจดจ่อกับปัจจุบันขณะ คลายความวิตกกังวล ลดความคิดฟุ้งซ่าน และความเครียดสะสม
  • นาทีที่ 60 สมองหลั่งโดพามีน ทำให้รู้สึกมีความสุข
            เมื่อครบรอบการเดิน 1 ชั่วโมง จะเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่งโดพามีนในปริมาณที่สูงขึ้น ทำให้รู้สึกมีความสุข กระตือรือร้น มีสมาธิ และมีแรงจูงใจ นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบประสาท เพิ่มความจำ และความสามารถในการเรียนรู้ การเดินต่อเนื่องถึง 1 ชั่วโมงยังมีส่วนช่วยสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและกระดูก เพิ่มความทนทานของร่างกาย และช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น
            นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยให้รูปร่างดูดี กระชับทุกสัดส่วน เพราะการเดิน 6 กิโลเมตร/วัน มีส่วนช่วยในการเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 300–400 แคลอรี และการเดินเร็ว ช่วยเสริมกล้ามเนื้อสะโพกและขา และมีส่วนช่วยกระชับทุกสัดส่วนของร่างกาย  ส่งผลดีต่อผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือลดความอ้วนอีกด้วย
             


ที่มา:
[1] https://theeverygirl.com/6-6-6-walking-challenge/
[2] https://www.healthline.com/health/walking-meditation
[3] https://www.womenshealthmag.com/uk/fitness/fat-loss/a65526650/6-6-6-walking-challenge/
แชทผ่านไลน์ @Liveandfit