0
| เคล็ดลับสุขภาพ

5 เคล็ดลับ ดูแลผิวใสในยุค New Normal

  Add Friend
อัพเดตโปรโมชั่นและข่าวสารดีๆ ผ่านทาง LINE LIVE & FIT
ID : @Liveandfit
 24 มิ.ย. 2563
 45 ครั้ง
 | 
แชร์ 0 ครั้ง

ราชบัณฑิตยสภา ได้บัญญัติศัพท์ "New Normal" เพิ่มเข้ามา โดย รศ.มาลี บุญศิริพันธ์ คณะกรรมการบัญญัติศัพท์นิเทศศาสตร์ราชบัณฑิตยสภา ได้อธิบายคำนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก Malee Boonsiripunth เอาไว้ว่า New Normal แปลว่า ความปกติใหม่, ฐานวิถีชีวิตใหม่ หมายถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต อันเนื่องจากมีบางสิ่งมากระทบ จนแบบแผนและแนวทางปฏิบัติที่คนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ภายใต้หลักมาตรฐานใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

ซึ่ง “New Normal” หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ในสังคมนี้ให้ความสำคัญในเรื่องของการใช้ชีวิตไปพร้อมกับการสร้างเสริมภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินในทุกวันที่สามารถดูแลผิวพรรณควบคู่กันไป ด้วย 5 เคล็ดลับ การเลือกอาหารเพื่อการดูแลผิวใสในยุค New Normal

 

1. กินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นใยอาหารเป็นหลัก

ใยอาหารมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเหลือคณานับ ตั้งแต่ช่วยให้อิ่มท้องแต่ไม่อ้วน ดูแลระบบขับถ่าย ลดโคเลสเตอรอล ไปจนถึงป้องกันมะเร็ง ฯลฯ แต่ด้วยเมนูอาหารต่าง ๆ ในยุคนี้ไม่ค่อยจะมีผักหรือมีผักน้อยมาก เราจึงควรเลือกเสริมเพิ่มเติมคุณประโยชน์ของใยอาหาร ลงในทุกมื้อโปรดของตัวเอง เพราะใยอาหารสามารถพองตัวและเปลี่ยนแปลงเป็นสารเมือกเหนียว ๆ ที่ช่วยหล่อลื่น ทำให้อุจจาระสามารถเคลื่อนที่ได้สะดวก นอกจากนี้ใยอาหารยังช่วยให้มวลอุจจาระเพิ่มมากขึ้น เกิดการกระตุ้นการขับถ่าย เมื่อเราขับถ่ายเป็นปกติก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพภายในสะท้อนออกมาสู่ผิวพรรณเปล่งปลั่งภายนอกนั่นเอง

 

2. เครื่องดื่มสุดชิลในยุคนี้ New Normal

ในช่วงอากาศร้อน ๆ การดื่มชาจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น เพราะใบชาทุกประเภทมีส่วนประกอบของโปรตีน วิตามินซี วิตามินบี สารแทนนิน กาเฟอีน โพแทสเซียม กรดแอมโมเนีย สารคาเทชิน โพลีฟีนอล แร่ธาตุอีกหลายชนิดที่ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เสริมสร้างภูมิต้านทาน และชายังมีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายในร่างกาย ดื่มชาเป็นประจำทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ที่สำคัญคือช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชราและมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยสลายไขมัน ลดระดับโคเลสเตอรอล สามารถควบคุมการเกิดโรคอ้วนได้

 

3. ใช้สารให้ความหวานเพื่อลด-เลี่ยงการบริโภคน้ำตาล

น้ำตาลคือภัยเงียบที่คุกคามเราแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อคุณติดใจในรสชาติหวานเข้าแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลดน้ำตาลหรือถอยห่างจากรสชาติหวานได้ และยิ่งกินยิ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพมากมาย เช่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน เบาหวาน โรคหลอดเลือด ฯลฯ อีกทั้งน้ำตาลตัวร้ายเป็นตัวทำลาย “คอลลาเจน” ในชั้นผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่นน้อยลงและเกิดริ้วรอยมากขึ้น เนื่องจากว่า เมื่อน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้น้ำตาลในเลือดไปจับตัวกับโปรตีน ก่อเกิดสิ่งที่เรียกว่า AGEs (advanced glycation end products) ที่เข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนที่มีหน้าที่รักษาความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวหนัง ส่งผลให้ผิวแห้ง หย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอยตามมาในที่สุด นอกจากนี้ เจ้า AGEs ยังทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายลดน้อยลง ทำให้ผิวโดนทำร้ายจากแสงแดดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งการหลีกเลี่ยงน้ำตาลไม่ใช่เรื่องง่าย และหากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ น้ำตาลทรายก็ไม่ใช่หนทางเดียวในการปรุงรสหวาน ยังมีเครื่องเทศ จำพวก อบเชย (Cinnamon) เครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารคาวหวานมากมาย และสารให้ความหวานอย่าง ซูคราโลส และ ใบหญ้าหวานสกัด (สตีเวีย) คือทางเลือกหนึ่งที่หวานอร่อยแต่ปลอดภัย สุขภาพดีได้ ไม่ต้องง้อน้ำตาล

 

4. กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 และวิตามินซีและอี

ผิวพรรณที่สดใสบอกถึงสุขภาพภายในร่างกายที่ดี ด้วยการกินอาหารที่มีคุณประโยชน์ในการดูแลผิวพรรณ ดังนี้...

4.1 ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง อาทิ ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีล ปลาทูน่า ฯลฯ มีสารอาหารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ลดการอักเสบ อุดมไปด้วยวิตามินอี ต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญยังมีแร่ธาตุเช่นเดียวกับสังกะสี คือช่วยกำจัดสิวและอาการระคายเคืองต่อผิว

4.2 ถั่วต่าง ๆ มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สังกะสี และวิตามินอี นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย แร่ธาตุและวิตามินอื่น ๆ ที่ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ อย่าง วิตามินบี และ วิตามินซี โดยเฉพาะวอลนัท อัลมอนด์ และมะม่วงหิมพานต์

4.3 ผลไม้รสเปรี้ยว คือแหล่งรวมวิตามินซีและน้ำที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ป้องกันการเกิดสิว ในวิตามินซีมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีบทบาทสำคัญในการเสริมการทำงานของคอลลาเจน ช่วยให้ผิวนุ่มและเต่งตึง แก้ปัญหาผิวหยาบกร้านและริ้วรอยต่าง ๆ

 

5. ดื่มน้ำยิ่งเยอะยิ่งดี

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย การดื่มน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ควรดื่มน้ำ 6-8 แก้วต่อวัน (ถึงแม้จะไม่ได้ออกกำลังกาย) ยิ่งถ้าเป็นคนออกกำลังกายหนักและกำลังลดน้ำหนักอยู่ด้วยล่ะก็ น้ำเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ขับของเสีย ช่วยลดอุณหภูมิ และการไหลเวียนโลหิต ฯลฯ น้ำมีความสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ กระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย อีกทั้งน้ำที่เป็นของเหลวของเลือด ทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจนให้แก่เซลล์ และนำของเสีย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์มาขับถ่ายออกจากร่างกาย  รวมทั้งสารพิษ สารเคมีในร่างกายที่อาจเป็นพิษ ถูกกำจัดออกจากร่างกายโดยอาศัยน้ำ และส่งผลดีสู่ภายนอกที่เราเห็นได้จากตาเปล่า ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สดใส แลดูมีร่างกายที่แข็งแรงนั่นเอง