| Health Tips

7 ผักสวนครัวปลูกง่าย กินทุกวัน เสริมภูมิคุ้มกันโรค

  Add Friend
อัพเดตโปรโมชั่นและข่าวสารดีๆ ผ่านทาง LINE LIVE & FIT
ID : @Liveandfit
 11 May 2021
 245 times
 | 
SHARE 0 times



     ผักสวนครัว คือผักที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ของบ้าน ปลูกภายในรอบรั้วบริเวณบ้าน หรือปลูกเป็นรั้วบ้าน เพื่อเอาไว้สำหรับกินเองภายในครอบครัวและเผื่อแผ่แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน ที่สำคัญ การปลูกผักสวนครัวเอาไว้กินเองนั้นจะทำให้ได้ผักสดที่ปลอดสารเคมี มีความปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่ายและได้คุณค่าทางโภชนาการในแบบที่เราเลือกปลูก โดยเฉพาะ 7 ผักสวนครัวปลูกง่าย ที่ LiveandFit ขอแนะนำให้ปลูกเอาไว้ หรือหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด...กินทุกวัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคนะคะ

     1. ขิง

     ปลูกง่าย โตเร็ว ขยายพันธ์โดยใช้แง่งขิง โดยจะปลูกขิงลงดินในพื้นที่บริเวณบ้านหรือใส่กระถางก็ได้ พอขิงเริ่มโตมีอายุอ่อน ๆ นิยมนำมาทำอาหาร เช่น ไก่ผัดขิง แต่ถ้าบ้านไหนชอบดื่มน้ำขิง ก็จะนิยมปลูกให้ได้ขิงที่มีอายุ 11-12 เดือน เพราะเป็นช่วงอายุของขิงที่ดีที่สุด มีคุณค่าทางโภชนาการและคุณประโยชน์ทางการแพทย์มากมาย ขิงในช่วงอายุนี้อุดมไปด้วยสาร จินเจอร์รอล สูง ที่มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันไข้หวัดได้ ดื่มน้ำขิงทุกวันแล้วจะรู้สึกดีมีความเฮลตี้ แต่ถ้าขุดเอาแง่งขิงขึ้นมาต้มดื่มจนขิงโตไม่ทันกินแล้วล่ะก็ สามารถมองหาขิงผงสำเร็จรูปที่ผลิตจากขิงแก่สดอายุ 11-12 เดือน มาชงดื่มแทนระหว่างรอขิงที่ปลูกโตเต็มวัยก่อนก็ได้นะคะ

     2. พริก

     แค่โรยเมล็ดลงดิน หรือใส่เมล็ดลงเพาะในถุงชำก็ปลูกง่ายแสนง่าย จากการศึกษาพบว่า พริก มีคุณสมบัติต้านการอักเสบในกลุ่มเดียวกับขิง และมีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ดี อาหารรสเผ็ดจากพริกช่วยขับเสมหะและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเมือกเพื่อขับสิ่งที่เกาะอยู่ในทางเดินหายใจให้ระบายออกมา และมีส่วนช่วยบรรเทาอาการหวัดได้

     3. พริกไทย

     เป็นต้นไม้เลื้อย ปลูกและขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด หรือการปักชำ ใช้เสาหรือต้นไม้ที่เป็นที่ยึด นิยมนำพริกไทยมาใช้ในการประกอบอาหารและใช้เป็นเครื่องเทศ ปรุงรสชาติอาหารช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงต่าง ๆ และใช้เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางตำรับยาทั้งทางการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ และการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยทุกส่วนของพริกไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบเช่น เมล็ดพริกไทยอ่อน เมล็ดพริกไทยดำ เมล็ดพริกไทยขาว พริกไทยป่น พริกไทยแห้ง เป็นต้น โดยพริกไทยนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยในการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไอ จาม ไอมีเสมหะ และพริกไทยยังมีสารไฟโตนิวเทรียนท์ ที่มีส่วนช่วยในการสลายไขมันส่วนเกิน ลดน้ำหนัก ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย

     4. ขมิ้นชัน

     ใช้เป็นเครื่องเทศเพื่อปรุงอาหารมาแต่โบราณ โดยเฉพาะ แกงเหลืองใต้ ที่ใช้ขมิ้นชันเป็นส่วนผสมในเครื่องแกง หากต้องการจะปลูกขมิ้นชันในบริเวณบ้านก็สามารถลงมือปลูกได้ง่าย ขยายพันธุ์โดยใช้เหง้าหรือหัวปลูกลงดิน เนื้อในของเหง้าจะเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีตั้งแต่สีเหลืองเข้มจนถึงสีแสดจัด ที่สำคัญ ขมิ้นชัน อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่าง ๆ รวมไปถึงใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน เป็นต้น มีการศึกษาพบว่า ขมิ้นชัน มีคุณประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะ มีส่วนช่วยในการบำรุงปอด ช่วยให้ปอดแข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวก และดีต่อผิวพรรณ

     5. กระชายดำ

     มีผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยค้นพบว่ากระชายดำมีฤทธิ์ลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อจุลชีพที่เติบโตในช่องปากและทางเดินอาหารของมนุษย์ กล่าวง่ายๆ ก็คือ แม้ว่าจะอยู่ในระหว่างการศึกษาว่าต้องใช้ความเข้มข้นของสารสกัดในกระชายดำเท่าไหร่เพื่อให้ได้ผลดี แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่การันตีแพทย์แผนไทยในอดีตที่เลือกใช้กระชายดำมาเป็นหนึ่งในตัวยารักษาโรคทั่วไป

     6. กะเพรา

     อยากให้ทุกบ้านต้องมีปลูกไว้ สามารปลูกได้ง่ายในทุกพื้นที่ เช่น ปลูกภายในรั้วบ้านหรือใส่กระถางปลูกบนบ้าน (ดาดฟ้า) ก็ได้ โดยใช้เมล็ดหรือการปักชำ เพราะใบกะเพราซ่อนคุณประโยชน์ไว้ใต้กลิ่นที่หอมฉุนสะท้านสะใจคออาหารรสจัดจ้าน ยิ่งเป็นผัดกะเพรายิ่งครองใจคนไทยมาช้านาน อีกทั้งกะเพราอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย อาทิ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน วิตามินซี  ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และคุณประโยชน์ดี ๆ ที่ไม่อยากให้เขี่ยใบกะเพราทิ้งออกจากจาน เช่น มีส่วนช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันไข้หวัด แก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน ช่วยขับลมในกระเพาะ แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดได้

     7. ใบบัวบก

     เป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่ปลูกง่ายมาก ๆ ที่สำคัญ การปลูกใบบัวบกไว้กินเองนั้น จะทำให้เราได้กินใบบัวบกที่ปราศจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง ปลอดภัยต่อสุขภาพ จากการศึกษาพบว่า ใบบัวบกมีฤทธิ์เย็น ที่มีฤทธิ์หรือสรรพคุณในการช่วยลดไข้ แก้เจ็บคอ ลดการอักเสบในช่องปาก ลดการบวม และลดการอักเสบที่ผิวหนัง เพราะมีสาร asiaticoside ที่มีส่วนช่วยสมานแผลผิวหนัง ใบบัวบกยังมีส่วนช่วยความดัน ลดความเครียด บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นอีกด้วย

     และยังมีผักสวนครัวที่ปลูกง่ายให้คุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นแก่ร่างกายอีกมากมาย เพียงแค่เราศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของวิธีการปลูกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่บ้านของเรา หรือเลือกปลูกเฉพาะแต่ผักที่เราหรือคนในบ้านชอบกิน ก็จะมีส่วนช่วยให้ครอบครัวของเรามีสุขภาพดีและประหยัดเงินทองไปในคราวเดียวกันอีกด้วยค่ะ...แฮปปี้ แฟมิลี่ นะคะ heart

Health Tips Other
see more