Live & Fit Society

Live & Happiness Tips

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

banner
Hits 153 Print
อากาศร้อน ๆ การออกกำลังกายในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกอาจจะทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้ามากขึ้น ช่วงนี้ใกล้เข้าสู่วันหยุดยาวแล้ว ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เพื่อไปพักผ่อน หรือผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน และยังช่วยให้เผาผลาญพลังงานจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างการท่องเที่ยวกันค่ะ

1. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

(เครดิตภาพจาก : www.facebook.com/doiangkhang.story)

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ความสวยงามในแต่ละฤดูยังแตกต่างกันออกไปอีกด้วยค่ะ แม้จะเข้าสู่หน้าร้อน แต่บนดอยอ่างขางก็ยังคงอุณหภูมิที่เย็นสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว สามารถเดินชมโครงการหลวงที่น่าสนใจ ทั้งพรรณไม้หลากชนิด ไร่สตรอเบอร์รี่ ไร่ชา และอีกหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะพญาเสือโคร่งที่จะเบ่งบานสองข้างทางจนเป็นอุโมงค์สวย ๆ ในช่วงปลายปีถึงต้นปี แถมยังได้ชมทะเลหมอกสวย ๆ กันอีกด้วยนะคะ

2. เกาะรอก


เกาะรอก เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ สามารถ ท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 15 ตุลาคม - 15 พฤษภาคม ของทุกปี กิจกรรมการดำน้ำ ดูปะการัง ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้เห็นฝูงปลาหลากหลายชนิดว่ายเข้ามาใกล้ ๆ ดูปะการังที่สวยงามเป็นธรรมชาติที่น่ามหัศจรรย์มาก ๆ ค่ะ รับรองว่าได้ว่ายน้ำ ดำน้ำกันจนลืมเหนื่อยไปเลยค่ะ

3. สะพานมอญ อำเภอสังขระบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

(เครดิตภาพจาก : https://www.thetrippacker.com)

“สะพานมอญ” เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อให้คนไทย กระเหรี่ยง และมอญสามารถเดินทางไปหากันได้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาดูพระอาทิตย์ขึ้น และมาทำบุญตักบาตรกันในช่วงเช้าตรู่ เพื่อได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวไทย และมอญ ที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การล่องเรือชมเมืองบาดาล หรือนมัสการหลวงพ่ออุตตะมะ วัดวังก์วิเวการาม ได้เดินชมธรรมชาติ พร้อมเลือกซื้อสินค้าพื้นบ้าน เผาผลาญไปได้หลายแคลอรี่เลยค่ะ

4.“อุทยานแห่งชาติรามคำแหง” หรือ “เขาหลวง” จังหวัดพิษณุโลก

(เครดิตภาพจาก : http://www.mcot.net)

เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะตลอดสองข้างทางที่เดินขึ้นเขา เราจะได้เห็นธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ ภายในอุทยานฯ มีสัตว์ป่า เช่น วัวแดง เก้ง หมี หมูป่า นกกระเต็น และนกนางแอ่น พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ สัก ตะเคียน เต็ง รัง พืชสมุนไพร และว่าน มีน้ำตกที่สวยงาม และถ้ำต่างๆ ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีอีกด้วยค่ะ ระยะทางขึ้นเขาก็ราว ๆ 3.7 กิโลเมตร ถ้าเดินในห้างคงสบาย ๆ แต่การเดินขึ้นเขาที่มีความสูงชันในระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ก็ไม่ง่ายเลยนะคะ

5. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก

(เครดิตภาพจาก : BlogGang  สายหมอกและก้อนเมฆ)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ น้ำตก ความสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติ  และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ การสู้รบของคนไทยจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างระบอบประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ดังนั้น จึงมีจุดศึกษาประวัติศาสตร์อยู่หลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกังหันน้ำ ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้หล่อเลี้ยงคนที่หลบหนีเข้ามา โรงเรียนการเมืองการทหารที่ใช้ฝึกอบรมศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์ และเส้นทางลานหินปุ่ม ผาชูธง ที่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ใช้เป็นที่สำหรับชูธงทุกครั้งที่รบชนะฝ่ายรัฐบาล ซึ่งต้องใช้เวลาเดินประมาณ  2 ชั่วโมง ปัจจุบันใช้ธงชาติไทยปักไว้เป็นสัญลักษณ์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น เป็นผาสูงชัน ที่สามารถมองเห็นวิวทัศนียภาพ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกด้วยค่ะ

6. เกาะมันนอก จังหวัดระยอง

(เครดิตภาพจาก : BlogGang  3KKK)

ทะเลในแถบฝั่งตะวันออกที่มีความสวยงามไม้แพ้ฝั่งอันดามัน และยังใกล้กับกรุงเทพฯ  การเดินทางสะดวกเหมาะสำหรับการฝักผ่อนเติมพลังในช่วงวันหยุดสั้น ๆ จะได้สัมผัสกับหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส และไฮไลท์ของเกาะมันนอกก็คือ เหล่าบรรดานกยูง ที่มีให้เห็นอยู่บนหาดทรายและตามต้นไม้อีกด้วยค่ะ ถ้าชอบทะเลแต่ไม่ชอบความวุ่นวาย เกาะมันนอก ก็เป็นทะเลอีกแห่งที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการผักผ่อนในช่วงวันหยุด ได้สูดอากาศริมทะเล เดินเล่นออกกำลังกายชิล ๆ ชาร์ตแบตให้ร่างกายได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

7. เชียงคาน จังหวัดเลย

(เครดิตภาพจาก : www.chilldtravel.com)

หลาย ๆ คน ก็คงใฝ่ฝันจะไปเที่ยวเชียงคานสักครั้ง เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ปั่นจักรยานรอบ ๆ เมือง สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงาม การคงไว้ซึ่งประเพณี รูปแบบความสงบของเมืองเล็ก ๆ  วิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ทำให้หลาย ๆ คนที่เคยไปแล้วรู้สึกประทับใจ และยังมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนไปอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี ทั้งคนไทยและต่างชาติ

8. อำเภอปัว จังหวัดน่าน

(เครดิตภาพจาก : http://www.paiduaykan.com)

นอกเหนือจากดอยเสมอดาว และบ่อเกลือแล้ว “เมืองปัว” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยงของจังหวัดน่านที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในโลกโซเชียล ด้วยความที่มีความเป็นธรรมชาติสูง วิวสวย อากาศดี เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติแสนงดงาม เหมาะกับการปั่นจักรยาน สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมท้องนา จิบกาแฟ “เมืองปัว” เป็นที่อยู่ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ หากมีโอกาสได้ไป “เมืองปัว” รับรองว่าจะได้อยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แล้วจะรู้สึกหลงรัก “เมืองปัว” กันเพิ่มขึ้นแน่ ๆ ค่ะ

9. เอ็กซ์ตรีม แอ็ดเวนเจอร์ จังหวัดภูเก็ต

(เครดิตภาพจาก : http://www.painaidii.com)

ปัจจุบันการท่องเที่ยงเชิงผจญภัยกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ได้ทั้งความสนุก และได้ชื่นชมธรรมชาติไปได้ในขณะเดียวกัน ได้ตื่นเต้นวัดใจไปกับกิจกรรมที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน และยังให้ความสำคัญกับการก่อสร้างที่ไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทำให้รู้สึกเหมือนได้ผจญภัยอยู่ในป่า และยังเหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วยนะคะ

10. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

(เครดิตภาพจาก : http://www.naturalparkwangthong.com)

นักท่องเที่ยวจะนิยมมาเที่ยวกันในช่วงฤดูฝน หรือระหว่างเดือน มิถุนายน-ตุลาคม ของทุกปี  เพื่อสนุกกับกิจกรรมล่องแก่งกับประสบการณ์การล่องไปตามลำน้ำในความยากหลากหลายระดับตั้งแต่การล่องตามน้ำไปเรื่อย ๆ จนถึงการกระแทกกับผืนน้ำอย่างรุนแรง หรือบางช่วงที่น้ำไหลเอื่อยก็สามารถลงมาว่ายน้ำเล่นกันได้อย่างสนุกสนานเลยค่ะ

นอกเหนือจาก 10 สถานที่ที่ยกขึ้นมาแนะนำกันแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกมากมายที่รอให้ไปค้นหา และสัมผัส เดินทางไกล ๆ อย่าลืมใส่ใจสุขภาพ พก ฟิตเน่ ท็อปปิ้ง ไฟเบอร์ ติดกระเป๋า ช่วยลดปัญหาในเรื่องของระบบขับถ่ายเพราะขาดกากใยในปริมาณที่เหมาะสม แค่ซองเล็ก ๆ พกติดกระเป๋า ก็อุ่นใจได้ค่ะ

Smiley face